สมาคมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทุ่งเขาหลวง

 

                                                    "คนอยู่ได้  ป่าอยู่รอด"                                                                                                                                                                                                                                                       

                                                                                                                                                                                                                                                                                                  

 

 


เมนูหลัก

เมนูสมาคม
 

ใกล้ตัวเรา

 

ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติปี2553

ภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติปี 2553

ละครเทิดพระเกียรติ

ละครเทิดพระเกียรติ

 

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพิเพียง

 

 สถิติวันนี้

15 คน

 สถิติเมื่อวาน

872 คน

 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด

2171 คน
21815 คน
319568 คน

เริ่มเมื่อ 2010-10-14


ข่าวหนังสือพิมพ์
กระแสหุ้น
กรุงเทพธุรกิจ
กรุงเทพธุรกิจวีค
ข่าวด่วน เรื่องจริง ข่าวพัทยา
ข่าวสด
ข่าวหุ้น
คมชัดลึก
ฐานเศรษฐกิจ
ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค
ท้องถิ่นภาคใต้
บางกอกทูเดย์
บางกอกโพสต์
บ้านเมือง
ประชาชาติธุรกิจ
ผู้จัดการรายสัปดาห์
ผู้จัดการรายเดือน 
ผู้จัดการออนไลน์
ผู้จัดการโรงงาน
พะเยารัฐ
มติชน
วัฏฏะ
สยามดารา
สยามธุรกิจรายสัปดาห์ สยามมีเดีย
สยามรัฐ
สัญชาติไทย
สำนักข่าวทีนิวส์
อปท. นิวส์
เชียงใหม่นิวส์
เดลินิวส์
เดอะเนชั่น
เสรีชัย
เส้นทางเศรษฐกิจ
แนวหน้า
โพสต์ทูเดย์
โฟกัสภาคใต้
โลกวันนี้
โลจิสติกส์ นิวส์
ไทยนิวส์รายวัน
ไทยรัฐ
ไทยโพสต์




ความเดือดร้อนของประชาชน
 

ชมรมคนรักในหลวงจังหวัดร้อยเอ็ด(กลุ่มจิตอาสา)
(กลุ่มจิตอาสา)
ปราชญ์ชาวบ้าน
ปราชญ์ชาวบ้าน
เกาะติดขบวนการล้มเจ้า
เกาะติดขบวนการล้มเจ้า

 

...คนดี สำนึกดี สังคมดี...รักพ่อต้องพอเพียง...รักแม่ต้องดูแลรักษาป่าไม้ ต้นน้ำ ลำธาร...                                                                                                                                                                                                                                                                           
 
           
     

ข้อมูลสิ่งแวดล้อม

พลังงานและพลังงานทดแทน
     
  - ประเภทพลังงาน
       - พลังงานที่มีการนำมาใช้
       - ผลกระทบจากการผลิตและการใช้พลังงาน
       - วิธีประหยัดพลังงานอย่างง่าย
       - พลังงานทดแทน
 
พลังงาน
       พลังงานเป็นสิ่งจำเป็นของมนุษย์ในโลกปัจจุบันและทวีความสำคัญขึ้นเมื่อโลกยิ่งพัฒนามากยิ่งขึ้น แหล่งพลังงานค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นแหล่งพลังงานที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีในการผลิตมากยิ่งขึ้น จากน้ำมันปิโตรเลียมไปเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น ประเทศไทยมีแหล่งพลังงานหลายประเภทด้วยกัน แต่อาจจะมีในปริมาณค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ บางครั้งวิกฤตการณ์ของโลกอาจจะทำให้ประเทศไทยได้รับอิทธิพลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้เพราะประเทศไทยยังต้องมีการสั่งน้ำมันเข้าเป็นจำนวนมาก
       พลังงาน (Energy) คือ ความสามารถของวัตถุที่ทำงานได้ แสดงว่าวัตถุนั้นมีพลังงาน
       พลังงาน (Energy) คือ ความสามารถในการทำงาน เมื่อเราเห็นคนคนหนึ่งสามารถทำงานได้จำนวนมาก เราจะกล่าวว่าคนนั้นมีพลังงานมาก หรือน้ำมันแก๊สโซลีนเป็นเชื้อเพลิงซึ่งให้พลังงานออกมาเมื่อเผาไหม้ พลังงานสามารถทำงานได้ จึงทำให้ลูกสูบเคลื่อนที่

พลังงานแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
      1.พลังงานใช้แล้วหมด หรือที่นักวิชาการเรียกกันว่าพลังงานสิ้นเปลือง หรือพลังงานฟอสซิล ได้แก่ น้ำมัน รวมทั้งหินน้ำมัน ทรายน้ำมัน ถ่านหิน   และก๊าซธรรมชาติ   ที่เรียกว่าใช้แล้วหมดก็เพราะหามาทดแทนไม่ทันการใช้ พลังงานพวกนี้ปกติแล้วจะอยู่ใต้ดิน ถ้าไม่ขุดขึ้นมาใช้ตอนนี้   ก็เก็บไว้ให้ลูกหลานใช้ได้ในอนาคต บางทีจึงเรียกว่าพลังงานสำรอง
      2.พลังงานใช้ไม่หมด หรือ พลังงานหมุนเวียน ได้แก่ ไม้ กระดาษ ฟืน แกลบ กาก(ชาน)อ้อย ชีวมวล (เช่น มูลสัตว์ และก๊าซชีวภาพ)   น้ำ(จากเขื่อนไหลมาหมุนกังหันปั่นไฟ) แสงอาทิตย์   (ใช้เซลล์แสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้าได้) ลม (หมุนกังหันลมผลิตไฟฟ้า) และคลื่น   (กระแทกให้กังหันหมุนปั่นไฟ) และที่ว่าใช้ไม่หมดก็เพราะสามารถหามาทดแทนได้ เช่น ปลูกป่าเอาไม้มาทำฟืน   หรือปล่อยน้ำจากเขื่อนมาปั่นไฟ      แล้วไหลลงทะเล กลายเป็นไอ และเป็นฝนตกลงมาสู่โลกอีก หรือแสงอาทิตย์ที่ได้รับจากดวงอาทิตย์อย่างไม่มีวันหมดสิ้น ดังนี้เป็นต้น

พลังงานจากแร่เชื้อเพลิงธรรมชาติ
     1. น้ำมันปิโตรเลียม
         ประเทศไทยมีน้ำมันปิโตรเลียมในแหล่งต่าง ๆ ที่พิสูจน์แล้วไม่น้อยกว่า 174 ล้านบาร์เรล ได้แก่ น้ำมันจากอ่าวไทย (เช่น แหล่งเอราวัณ แหล่งสตูล) อำเภอฝาง และแหล่งสิริกิติ์ จังหวัดกำแพงเพชร และคาดว่าจะต้องค้นพบอีกหลาย ๆ แห่ง เช่น บริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี สุราษฎ์ธานี ซึ่งคาดว่าจะพบอีกไม่น้อยว่า 100 ล้านบาร์เรล เนื่องจากสภาพทางธรณีวิทยามีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นแอ่งสะสมน้ำมันปิโตรเลียม ในปัจจุบันประเทศไทยยังต้องสั่งเข้าน้ำมันปิโตรเลียมเป็นอัตราส่วนสูง เนื่องจากการผลิตในประเทศไทยยังต่ำกว่าปริมาณการใช้มาก การขุดเจาะและผลิตน้ำมันปิโตรเลียม จะก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมได้เช่นเดียวกับโครงการอื่น ๆ ผลที่จะเกิดขึ้นอาจจะมาจากวัสดุที่ใช้หล่อลื่นในการขุด (Drilling fluid) การระบายน้ำเค็ม ที่มีความเค็มสูงมากจากหลุมเจาะ และมีสารบางประเภทที่เป็นพิษปะปนออกมาด้วย เช่น ปรอท แคดเมียม โครเมียม เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วการจัดการกับบ่อภายหลังสิ้นสุดการนำน้ำมันปิโตรเลียมมาใช้ประโยชน์ก็มีความสำคัญต่อสภาพความมั่นคงของพื้นที่ที่อยู่โดยรอบบ่อน้ำมัน
     2. ก๊าซธรรมชาติ   
         นับเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของประเทศไทยในปัจจุบันปริมาณของก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยที่พิสูจน์แล้วทั้งหมดมากกว่า 100 พันล้านลูกบาศก์เมตร และโอกาสที่จะพบเพิ่มเติมมีโอกาสสูงมากโดยเฉพาะในบริเวณอ่าวไทยซึ่งการผลิตก๊าซธรรมชาตินั้น สามารถนำมาผลิตเป็นมีเธน อีเทน และแอลพีจี ซึ่งใช้ประโยชน์เป็นเชื้อเพลิงสำหรับไฟฟ้าเชื้อเพลิงสำหรับหุงต้มและยานพาหนะ ก๊าซธรรมชาติเมื่อผ่านเข้ากระบวนการผลิตจะแยกได้ผลพลอยได้อย่างหนึ่งปนมากับก๊าซที่อยู่ในรูปของละอองน้ำมัน เรียกว่า ก๊าซธรรมชาติเหลว (Condensate) ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนเบนซินธรรมชาติ สามารถนำไปผสมกับน้ำมันดิบ เพื่อกลั่นเป็นน้ำมันเบนซินได้ นอกจากนั้นแล้วในแหล่งต่าง ๆ ในอ่าวไทย ยังมีก๊าซธรรมชาติเหลวปะปนอยู่ในแอ่งก๊าซธรรมชาติด้วย ดังนั้นก๊าซธรรมชาติจึงนับว่าเป็นแหล่งพลังงานของประเทศไทยที่มีความสำคัญ ส่วนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับการดำเนินการเพื่อขุดเจาะและผลิตน้ำมันปิโตรเลียม
     3. ถ่านหินลิกไนต์
         ประเทศไทยมีแหล่งถ่านหินลิกไนต์รวมทั้งหมด 72 แหล่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่ที่มีการนำมาใช้ในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่อยู่ภาคเหนือและภาคใต้ แอ่งที่จัดว่ามีปริมาณถ่านหินลิกไนต์มากได้แก่ แอ่งแม่เมาะ แอ่งกระบี่ ซึ่งได้มีการนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า นับเป็นเวลานานแล้ว ส่วนแหล่งอื่น ๆ ที่สำรวจแล้วแต่ยังไม่มีการดำเนินการเพื่อนำถ่านหินมาใช้ ได้แก่ แอ่งสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา แอ่งสินปุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่นับว่าเป็นแหล่งที่มีถ่านหินลิกไนต์สะสมเป็นจำนวนมหาศาล การใช้ประโยชน์ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะผลิตกระแสไฟฟ้า ยกเว้นเหมืองแร่ถ่านหินลิกไนต์ ที่มีเอกชนเข้ามาเปิดดำเนินการ เพื่อนำถ่านหินลิกไนต์ไปใช้ประโยชน์ให้ความร้อนในทางอุตสาหกรรม หากประเทศไทยมีการใช้ถ่านหินปีละประมาณ 50 ล้านตัน เมื่อเทียบอัตราการใช้ในปัจจุบันแล้ว อายุการใช้ถ่านหินของประเทศไทยจะใช้งานได้ประมาณ 25 ปี นับว่าเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่งของประเทศ การนำแร่ถ่านหินลิกไนต์มาใช้จะก่อให้เกิดปัญหากับสิ่งแวดล้อมได้ ในอากาศจะมีปริมาณของสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่สลายออกจากถ่านหินเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านฝนกรดได้ ส่วนการทำเหมืองจะก่อให้เกิดมลภาวะทางน้ำ โดยเฉพาะน้ำบาดาล ซึ่งจะเป็นปัญหาที่จะต้องได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
     4. หินน้ำมัน
         หินน้ำมันเป็นหินดินดานที่มีอินทรีย์สารที่เรียกว่า เคโรเจน ( Kerogen ) เจือปนอยู่ในเนื้อหิน ปริมาณน้ำมันที่ได้จะแตกต่างกันไปตามคุณภาพของหินน้ำมัน ซึ่งหินน้ำมันที่มีคุณภาพดีมากนั้นจะสามารถให้ปริมาณน้ำมันได้ถึง 65 แกลลอนต่อหินน้ำมัน 1 ตัน การสกัดน้ำมันจากหินน้ำมันนั้น โดยปกติจะกระทำโดยการบดหินน้ำมันให้ละเอียดแล้วเผาให้ร้อนจนมีอุณหภูมิสูงแล้วน้ำมันก็จะแยกออกมาจากหินน้ำมันนั้น ส่วนที่เหลือประมาณร้อยละ 90 เป็นกากของแข็ง ซึ่งเป็นปัญหาหนักในการกำจัด นอกจากนั้นการทำเหมืองหินน้ำมันจำต้องมีการนำหินน้ำมันขึ้นมากลั่นเป็นจำนวนนับล้านตัน อันจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก
หินน้ำมันในประเทศไทยจากการสำรวจของกรมทรัพยากรธรณี พบว่า มีการสะสมตัวเป็นจำนวนมากในบริเวณจังหวัดตาก ซึ่งประเมินปริมาณสำรองเบื้องต้นประมาณ 21,000 ล้านตัน โดยจะมีน้ำมันดิบปะปนอยู่ประมาณ 6,700 ล้านบาร์เรล ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศแล้ว ปริมาณน้ำมันที่สะสมอยู่ในชั้นหินของประเทศไทยค่อนข้างต่ำ โดยเฉลี่ยแล้วร้อยละ 28 อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีของการแยกน้ำมันออกจากหินน้ำมันยังไม่ก้าวหน้าเพียงพอทำให้อัตราการคืนตัวต่ำ ในขณะเดียวกับราคาต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง ทำให้ศักยภาพของการนำหินน้ำมันมาใช้เป็นแหล่งพลังงานในอนาคตค่อนข้างต่ำ และไม่คุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับการผลิตน้ำมันปิโตรเลียมปัจจุบัน

พลังงานจากแหล่งธรรมชาติ

     1. พลังน้ำ
         การผลิตพลังงานไฟฟ้าโดยอาศัยพลังน้ำ โดยการสร้างเขื่อนนั้น เป็นวิธีการซึ่งให้ได้มาซึ่งพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการสร้างเขื่อนอเนกประสงค์ โดยหลักแล้วเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า เขื่อนแรกได้แก่ เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก และต่อมาเขื่อนก็ถูกสร้างขึ้นมาเรื่อย ๆ เช่น เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุดรดิตถ์ เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น พลังน้ำจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าในราคาต้นทุนต่ำ แต่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ควรคำนึงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการสูญเสียเนื้อที่ป่าเป็นจำนวนมหาศาล เพื่อใช้เป็นอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน ราษฎรในพื้นที่น้ำท่วมจึงจะต้องอพยพย้ายที่ตั้งถิ่นฐานใหม่ สัตว์ป่าต่าง ๆ จะสูญเสียที่อยู่อาศัยหรืออาจจะสูญพันธุ์ไปโดยไม่สามารถป้องกันได้ เพราะการอพยพสัตว์ป่าออกจากพื้นที่น้ำท่วมนั้น ไม่สามารถจะโยกย้ายสัตว์ได้ทันทุกชนิด นอกจากนั้นแล้ว แร่ธาตุต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่อาจจะถูกทิ้งให้จมอยู่ใต้น้ำ โดยไม่มีโอกาสนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ของประเทศ ทรัพยากรต่าง ๆ เหล่านั้น ไม่สามารถจะประเมินออกมาเป็นตัวเลขได้ซึ่งถ้าหากกระทำได้แล้วอาจจะทำให้ต้นทุนของการผลิตกระแสไฟฟ้าสูงโดยพลังน้ำ จะมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสูงกว่าการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยวิธีอื่น ๆ
     2. พลังงานรังสีอาทิตย์
         ประเทศไทยเป็นประเทศที่จะได้รับรังสีอาทิตย์เฉลี่ยประมาณวันละ 17 เมกะจูลต่อตารางเมตร ซึ่งประเทศไทยได้ใช้ประโยชน์จากรังสีอาทิตย์มานานตั้งแต่ในอดีต เช่น การผลิตเกลือจากน้ำทะเล การตากผลิตผลทางเกษตร เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง แต่ยังมิได้ประเมินปริมาณรังสีอาทิตย์ที่ประเทศได้ใช้ในแต่ละปี ในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อนำรังสีอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น และสามารถจะเก็บสะสมไว้ในรูปของเซลความร้อนที่จะสามารถเรียกใช้ได้ตามเวลาที่ต้องการ นอกจากพลังงานจากรังสีอาทิตย์แล้ว ที่เป็นแหล่งพลังงานจากระบบสุริยจักรวาลอีกอย่างได้แก่ พลังงานลมและพลังงานกระแสน้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งในขณะนี้ในประเทศไทยได้เริ่มทำการศึกษาวิจัย โดยเฉพาะพลังงานลมได้มีสถานีสาธิตและประเมินความเหมาะสมที่จังหวัดภูเก็ต
     3.พลังงานลม
        ประเทศไทยได้ใช้ประโยชน์จากพลังงานลมมานานแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในงานด้านการเกษตรกรรม เช่น ติดตั้งกังหันชักน้ำเข้านาหรือการทำนาเกลือ เนื่องจากความเร็วลมโดยเฉลี่ยในประเทศไทยค่อนข้างสูงคือประมาณ 6 - 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับแถบชายฝั่งภาคใต้และอ่าวไทยบางแห่งจะมีความเร็วลมเฉลี่ยสูงกว่านี้
        การใช้พลังงานลมในประเทศไทยมีความเหมาะสมเพื่อการสูบน้ำ ซึ่งมีพื้นที่การใช้งาน และโอกาสใช้งานมากกว่าการใช้เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าและคุ้มค่ากว่าในทางเศรษฐกิจ การใช้ฉุดระหัดสูบน้ำเข้านาข้าวใช้มากในแถบจังหวัดฉะเชิงเทรา สำหรับนาเกลือ นากุ้งมีมากแถบจังหวัดชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม เพชรบุรีและปัตตานี กังหันลมแบบหลายใบ มีการใช้มากสำหรับสูบน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการปลูกผักสวนครัว ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ส่วนการผลิตไฟฟ้าเหมาะสมในการใช้กังหันลมขนาดเล็กในพื้นที่แถบชายฝั่งหรือตามเกาะต่างๆ ที่มีศักยภาพดี บางแห่งที่ไม่มีไฟฟ้าใช้หรือไม่สะดวกในการนำเชื้อเพลิงอื่นเข้าไปเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ซึ่งกระทำได้ในรูปแบบของการประจุแบตเตอรี่หรือเดินร่วมกับระบบดีเซลหรือเซลล์แสงอาทิตย์ ปัจจุบันได้มีการเริ่มทดลองใช้พลังงานลมผลิตกระแสไฟฟ้ากำลังต่ำที่สถานีสาธิต และประเมินความเหมาะสมที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อเก็บข้อมูลและศึกษาความเป็นไปได้ เนื่องจากการใช้กังหันลมไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าต้องใช้เทคโนโลยีสูงกว่าการใช้กังหันลมสูบน้ำเข้านาดังที่เคยใช้มา
        อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในปัจจุบันการใช้ประโยชน์จากพลังงานลมยังอยู่ในวงจำกัด และศักยภาพในกาารนำมาใช้ยังต่ำ แต่หากมีการพัฒนาเทคโนโลยีและวางแผนการใช้ที่ดีแล้ว คาดว่าจะเป็นพลังงานทดแทนอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะสมในการนำมาใช้ในอนาคต เพราะเป็นพลังงานที่ปราศจากมลพิษใดๆ อันจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
     4.พลังงานความร้อนใต้พิภพ
        ประเทศไทยตั้งอยู่ระหว่างอิทธิพลการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ซึ่งเป็นร่องน้ำให้ความร้อนจากหินหลอมเหลวร้อนใต้ผิวดินถ่ายเทขึ้นมาสู่พื้นผิวโลกได้ง่าย จากการสำรวจพบว่าน้ำพุร้อนประมาณ 90 แห่งกระจายอยู่ในภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคใต้ และภาคตะวันตก อุณหภูมิอยู่ในขั้นต่ำ คือ 40 - 100 องศาเซลเซียส และจากการสำรวจของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และกรมทรัพยากรธรณีเพื่อหาแหล่งเหมาะสมในภาคเหนือ เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า ที่น่าสนใจอยู่ 2 แห่ง คือ
        แหล่งสันกำแพง อยู่บริเวณบ้านโป่งฮ่อม ตำบลบ้านสหกรณ์ พบแหล่งกักเก็บพลังงานความร้อนที่ความลึก 3 ระดับ คือ ที่ระดับความลึกไม่เกิน 10 เมตร ลึกปานกลาง 500 เมตร และที่ระดับลึก 1,000 - 3,000 เมตร ซึ่งระดับความลึก 500 เมตร จะมีอุณหภูมิระหว่าง 120 - 130 องศาเซลเซียส สามารถให้ไอน้ำผลิตกระแสไฟฟ้าได้
        แหล่งอำเภอฝาง ตั้งอยู่ที่บริเวณตำบลม่อนบิน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ แหล่งพลังงานความร้อนมีลักษณะเป็นแอ่งที่ระดับความลึก 40 - 60 เมตร อุณหภูมิสูงสุด 120 องศาเซลเซียส ซึ่งเหมาะในการจัดตั้งโรงไฟฟ้าขนาดเล็กไม่เกิน 300 กิโลวัตต์

พลังงานจากเชื้อเพลิงรูปอื่นๆ
      1. ไม้และถ่าน
          แหล่งพลังงานของประเทศด้อยพัฒนาส่วนใหญ่ได้จากชีวมวล อันได้แก่ ไม้ฟืนและถ่าน แต่การใช้ป่าไม้เพื่อผลิตพลังงานนั้น จะก่อให้เกิดการทำลายป่าไม้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลกที่ได้มีการหวั่นวิตกอยู่ในปัจจุบัน การนำไม้มาใช้เพื่อเป็นแหล่งความร้อนและพลังงานทำให้ป่าปกคลุมโลกประมาณร้อยละ 20 ลดลงอย่างน่าเป็นห่วง ดังนั้น จึงเป็นการก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย และจะต้องใช้พื้นที่อย่างกว้างขวางเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มกับหน่วยความร้อนที่จะได้ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบต่อหน่วยพื้นที่ นอกจากนั้นแล้วจะต้องมีการปลูกพืชขึ้นมาทดแทนอยู่ตลอดเวลา จึงถือว่าไม้และถ่านเป็นแหล่งพลังงานที่ไม่น่าจะพัฒนาให้มีการใช้ในโลกปัจจุบัน
พลังงานที่มีการนำมาใช้
         เราคงไม่ปฏิเสธว่า ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานสำคัญของโลก พลังงานจากดวงอาทิตย์เป็นรากฐานแห่งพลังงานบนโลก แต่ยังมีหลายคนที่ไม่รู้ว่า พลังงานทั้งหมดที่ใช้กันอยู่นั้นไม่ได้มาจากดวงอาทิตย์เพียงแหล่งเดียว ภายในโลกก็มีพลังงานให้นำมาใช้ประโยชน์ได้เช่นเดียวกัน จึงอาจกล่าวได้ว่า แหล่งพลังงานหลักของโลกคือ พลังงานจากนอกโลก ได้แก่ พลังงานจากดวงอาทิตย์ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar energy), พลังงานลม (Wind energy), พลังน้ำ (Hydropower energy), พลังงานคลื่นในทะเล (Wave energy), พลังงานน้ำขึ้นน้ำลง (Tidal energy), พลังงานชีวมวล (Biomass energy), ถ่านหิน, น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ สำหรับแหล่งพลังงานรองลงมาคือ พลังงานจากภายในโลก เช่น พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal energy) และพลังงานไฮโดรเจน (Hydrogen energy
        ในยุคก่อนที่การปฏิวัติเกษตรกรรมจะเริ่มขึ้น มนุษย์รู้จักนำพลังงานมาใช้แล้ว โดยเริ่มแรกแหล่งพลังงานของมนุษย์มาจากพลังงานภายในร่างกายตนเอง เป็นแรงกำลังจากกล้ามเนื้อที่เกิดจากอาหารที่รับประทานเข้าไป มีทั้งอาหารจากพืชที่อาศัยการสังเคราะห์แสงและอาหารจากสัตว์ มนุษย์ต้องใช้ความพยายามอย่างยาวนานกว่าจะสามารถควบคุม จัดการการใช้พลังงานได้ เริ่มจากการใช้แรงงานสัตว์ เช่น ม้า, ล่อ, วัว, อูฐหรือช้างในการเดินทางหรือบรรทุกสิ่งของ แล้วยังมีการใช้ความร้อนและแสงสว่าง นอกจากนี้แรงลมก็ถูกนำมาใช้แล่นเรือใบและหมุนกังหัน ซึ่งรวมถึงแรงน้ำที่ถูกใช้หมุนกังหัน
        ครั้นต่อมาในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม มีการผลิตสินค้าซึ่งใช้จากแรงงานคน สัตว์และพลังน้ำ ภายหลังมีการสร้างโรงงานเพื่อผลิตสินค้าซึ่งใช้เครื่องจักรที่ใช้พลังงานมาก โดยมาจากการเผาไหม้ของถ่านหิน จากนั้นมีการประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำที่แปลงพลังงานเคมีในเชื้อเพลิง (ถ่านหิน) เป็นพลังงานความร้อนให้พลังงานแก่เครื่องยนต์ เรียกว่า เครื่องยนต์ชนิดเผาไหม้ภายนอก และในเวลาต่อมาได้รับการพัฒนาเป็นเครื่องยนต์ชนิดเผาไหม้ภายใน จึงทำให้ยานยนต์เริ่มเป็นที่นิยมใช้นับแต่นั้นมา การปฏิวัติอุตสาหกรรมนำมาซึ่งการพัฒนาแบบก้าวกระโดด มีการนำพลังงานจากใต้ผิวโลกมาใช้ เช่น เชื้อเพลิงฟอสซิล (น้ำมัน, ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ) ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเหล่านี้ทวีมากขึ้นๆ มนุษย์จึงได้พยายามคิดค้นหาหนทางที่จะนำพลังงานมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการและอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์

ผลกระทบจากการผลิตและการใช้พลังงาน
         สภาพความเสื่อมโทรมของสภาวะแวดล้อมส่วนใหญ่ อาจกล่าวได้ว่า มีสาเหตุมาจากการผลิตและการใช้พลังงานของมนุษย์แทบทั้งสิ้น ดังนั้นการเสาะแสวงหาทรัพยากรพลังงานมาเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จึงควรระมัดระวังและพิจารณาให้รอบคอบก่อนนำมาใช้
นักสิ่งแวดล้อมได้กล่าวถึงผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรพลังงานดังนี้
         1)ทำให้เกิดการเจ็บป่วยล้มตาย
         2)ทำให้สิ่งของและทรัพยากรธรรมชาติเสียหาย
         3)ทำลายสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต
         4)เกิดมลภาวะทั้งทางดินน้ำและอากาศ

วิธีประหยัดพลังงานอย่างง่าย
        1. อย่าใช้กระดาษหน้าเดียวทิ้ง ให้ใช้กระดาษอย่างคุ้มค่า ใช้ทั้งสองหน้า ให้นึกเสมอว่า กระดาษแต่ละแผ่น ย่อมหมายถึงต้นไม้หนึ่งต้นที่ต้องเสียไป
        2. ในสำนักงานให้ใช้การส่งเอกสารต่อๆ กัน แทนการสำเนาเอกสารหลายๆ ชุด เพื่อประหยัดกระดาษ ประหยัดพลังงาน
        3. ลดการสูญเสียกระดาษเพิ่มมากขึ้น ด้วยการหลีกเลี่ยง การใช้กระดาษปะหน้าโทรสาร ชนิดเต็มแผ่น และหันมาใช้ กระดาษขนาดเล็ก ที่สามารถตัดพับบนโทรสารได้ง่าย
        4. ใช้การส่งผ่านข้อมูลข่าวสารต่างๆ ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ โดยโมเด็ม หรือแผ่นดิสก์ แทนการส่งข่าวสารข้อมูลโดยเอกสาร ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ลดการใช้พลังงานได้มาก
        5. หลีกเลี่ยงการใช้จานกระดาษ แก้วน้ำกระดาษ เวลาจัดงานสังสรรค์ต่างๆ เพราะสิ้นเปลืองพลังงานในการผลิต
        6. รู้จักแยกแยะประเภทขยะ เพื่อช่วยลดขั้นตอน และลดพลังงานในการทำลายขยะ และทำให้ขยะทั้งหลาย ง่ายต่อการกำจัด
        7. หนังสือพิมพ์อ่านเสร็จแล้วอย่าทิ้ง ให้เก็บไว้ขาย หรือพับถุง เก็บไว้ทำอะไรอย่างอื่น ใช้ซ้ำทุกครั้งถ้าทำได้ ช่วยลดการใช้พลังงานในการผลิต
        8. ขึ้นลงชั้นเดียวหรือสองชั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ลิฟท์ จำไว้เสมอว่าการกดลิฟท์แต่ละครั้ง สูญเสียพลังงานถึง 7 บาท
        9. งด เลิก บริโภคผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วทิ้งเลย เพราะเป็น การสิ้นเปลืองพลังงานในการผลิต ใช้ทรัพยากรธรรมชาติสิ้นเปลือง เพิ่มปริมาณขยะ เปลืองพลังงานในการกำจัดขยะ
        10. ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีบรรจุภัณฑ์ที่ยากต่อการทำลาย เช่น โฟม หรือพลาสติก ควรเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reuse) หรือนำไปผ่านกระบวนการผลิตมาใช้ใหม่ได้ (Recycle)
        11. สนับสนุนสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ เป็นวัสดุที่สามารถนำมาผ่าน กระบวนการนำมาใช้ใหม่ (Recycle) เช่น แก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติกบางประเภท โดยจัดให้มีการแยกขยะในครัวเรือน และในสำนักงาน
        12. ให้ความร่วมมือ สนับสนุน หรือเข้าร่วมกิจกรรมกับหน่วยงาน ต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่รณรงค์ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์พลังงาน
        13. กระตุ้นเตือนให้ผู้อื่นช่วยกันประหยัดพลังงาน โดยการติดสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายให้ช่วยประหยัดไฟ ตรงบริเวณใกล้สวิทช์ไฟ เพื่อเตือนให้ปิดเมื่อเลิกใช้แล้ว

พลังงานทดแทน
         "พลังงานทดแทน" (Alternative Energy) คือ พลังงานใดๆ ที่จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทดแทนพลังงานเชิงพาณิชย์  พลังงานทดแทนเป็นพลังงานที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติใช้แล้วไม่หมดไป และเป็นพลังงานที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย เช่น พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานจากลม, พลังงานจากคลื่น และพลังงานจากพืช เป็นต้น
ประเภทของพลังงานทดแทน
         ในปัจจุบันเรื่องพลังงานเป็นปัญหาใหญ่ของโลก และนับวันจะมีผลกระทบรุนแรงต่อมวลมนุษยชาติมากขึ้นทุกที การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยก็เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ให้ความสำคัญในการร่วมหาหนทางแก้ไข ทำการศึกษา ค้นคว้า สำรวจ ทดลอง ติดตามเทคโนโลยีอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาโดยตลอด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการนำพลังงานทดแทนและเทคโนโลยีใหม่ๆในด้านพลังงานทดแทนเข้ามาใช้ในประเทศไทยต่อไป โดยคำนึงถึงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมซึ่งพอจะจำแนกประเภทของพลังงานทดแทนได้ดังนี้

         พลังงานแสงอาทิตย์
               ดวงอาทิตย์ให้พลังงานจำนวนมหาศาลแก่โลกของเรา พลังงานจากดวงอาทิตย์จัดเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญที่สุด เป็นพลังงานสะอาดไม่ทำปฎิกิริยาใดๆอันจะทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ เซลล์แสงอาทิตย์จึงเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางอิเล็คทรอนิคส์ชนิดหนึ่ง ที่ถูกนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า เนื่องจากสามารถเปลี่ยนเซลล์แสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง ส่วนใหญ่เซลล์แสงอาทิตย์ทำมาจากสารกึ่งตัวนำพวกซิลิคอน มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้สูงถึง 22 เปอร์เซนต์ ในส่วนของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตร จึงได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์ในเกณฑ์สูง พลังงานโดยเฉลี่ยซึ่งรับได้ทั่วประเทศประมาณ 4 ถึง 4.5 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อตารางเมตรต่อวัน ประกอบด้วยพลังงานจากรังสีตรง (Direct Radiation) ประมาณ 50 เปอร์เซนต์ ส่วนที่เหลือเป็นพลังงานรังสีกระจาย (Diffused Radiation) ซึ่งเกิดจากละอองน้ำในบรรยากาศ(เมฆ) ซึ่งมีปริมาณสูงกว่าบริเวณที่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรออกไปทั้งแนวเหนือ – ใต้
         พลังงานลม
               เป็นพลังงานธรรมชาติที่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ 2 ที่ ซึ่งสะอาดและบริสุทธิ์ใช้แล้วไม่มีวันหมดสิ้นไปจากโลก ได้รับความสนใจนำมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์อย่างกว้างขวาง ในขณะเดียวกัน กังหันลมก็เป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่สามารถนำพลังงานลมมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ โดยเฉพาะในการผลิตกระแสไฟฟ้า และในการสูบน้ำ ซึ่งได้ใช้งานกันมาแล้วอย่างแพร่หลายพลังงานลมเกิดจากพลังงานจากดวงอาทิตย์ตกกระทบโลกทำให้อากาศร้อน และลอยตัวสูงขึ้น อากาศจากบริเวณอื่นซึ่งเย็นและหนาแน่นมากกว่าจึงเข้ามาแทนที่ การเคลื่อนที่ของอากาศเหล่านี้เป็นสาเหตุให้เกิดลม และมีอิทธิพลต่อสภาพลมฟ้าอากาศในบางพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวฝั่งทะเลอันดามันและด้านทะเลจีน(อ่าวไทย) มีพลังงานลมที่อาจนำมาใช้ประโยชน์ในลักษณะพลังงานกล (กังหันสูบน้ำกังหันผลิตไฟฟ้า) ศักยภาพของพลังงานลมที่สามารถ นำมาใช้ประโยชน์ได้สำหรับประเทศไทย มีความเร็ว อยู่ระหว่าง 3 - 5 เมตรต่อวินาที และความเข้มพลังงานลมที่ประเมินไว้ได้อยู่ระหว่าง 20 - 50 วัตต์ต่อตารางเมตร
         พลังงานความร้อนใต้พิภพ
              เป็นพลังงานตามธรรมชาติที่เกิด และเก็บสะสมตัวอยู่ภายใต้ผิวโลก เช่นเดียวกับน้ำมันดิบปิโตรเลียม หากแต่ว่าแหล่งพลังงานเหล่านี้ เก็บอยู่ในรูปของน้ำร้อนหรือไอน้ำร้อน ลักษณะที่ปรากฏออกมาให้เห็นบนผิวโลก ได้แก่ บ่อโคลนเดือด พุก๊าซ บ่อน้ำร้อน และน้ำพุร้อน ในประเทศไทย มีปรากฏการณ์ตามธรรมชาติในลักษณะน้ำพุร้อนกว่า 60 แห่งตามแนวเหนือ-ใต้แถบชายแดนตะวันตกของประเทศไทย (แนวเทือกเขาตะนาวศรี)
 น้ำร้อนที่ถูกนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าแล้วนั้น แม้อุณหภูมิจะลดลงบ้าง แต่ก็ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการอบแห้ง และใช้ในห้องเย็นสำหรับเก็บรักษาพืชผลทางการเกษตรได้ นอกจากนั้น น้ำที่เหลือใช้แล้วยังสามารถนำไปใช้ในกิจการเพื่อกายภาพบำบัด และการท่องเที่ยวได้อีก ท้ายที่สุดคือ น้ำทั้งหมดซึ่งยังมีสภาพเป็นน้ำอุ่นอยู่เล็กน้อย จะถูกปล่อยลงไปผสมกับน้ำตามธรรมชาติในลำน้ำ ซึ่งนับเป็นการเพิ่มปริมาณน้ำให้กับเกษตรกรในฤดูแล้งได้อีกทางหนึ่งด้วย
         พลังงานชีวมวล
              เชื้อเพลิงที่มาจากชีวะ หรือสิ่งมีชีวิตเช่น ไม้ฟืน แกลบ กากอ้อย เศษไม้ เศษหญ้า เศษเหลือทิ้งจากการเกษตร เหล่านี้ใช้เผาให้ความร้อนได้ และความร้อนนี้แหละที่เอาไปปั่นไฟ นอกจากนี้ยังรวมถึงมูลสัตว์และของเสียจากโรงงานแปรรูปทางการเกษตร เช่น เปลือกสับปะรดจากโรงงานสับปะรดกระป๋อง หรือน้ำเสียจากโรงงานแป้งมัน ที่เอามาหมักและผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ โดยเหตุที่ประเทศไทยทำการเกษตรอย่างกว้างขวาง วัสดุเหลือใช้จากการเกษตร เช่น แกลบ ขี้เลื่อย ชานอ้อย กากมะพร้าว ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก (เทียบได้น้ำมันดิบปีละไม่น้อยกว่า 6,500 ล้านลิตร) ก็ควรจะใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ ในกรณีของโรงเลื่อย โรงสี โรงน้ำตาลขนาดใหญ่ อาจจะยินยอมให้จ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าต่างๆในประเทศ ในลักษณะของการผลิตร่วม (Co-generation) ซึ่งมีใช้อยู่แล้วหลายแห่งในต่างประเทศโดยวิธีดังกล่าวแล้วจะช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานในประเทศสำหรับส่วนรวมได้มากยิ่งขึ้นทั้งนี้อาจจะรวมถึงการใช้ไม้ฟืนจากโครงการปลูกไม้โตเร็วในพื้นที่นับล้านไร่ ในกรณีที่รัฐบาลจำเป็นต้องลดปริมาณการปลูกมันสำปะหลัง อ้อย เพื่อแก้ปัญหาระยะยาวทางด้านการตลาดของพืชทั้งสองชนิด อนึ่ง สำหรับผลิตผลจากชีวมวลในลักษณะอื่นที่ยังใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ เช่น แอลกอฮอล์ จากมันสำปะหลัง ก๊าซจากฟืน(Gasifier) ก๊าซจากการหมักเศษวัสดุเหลือจากการเกษตร(Bio Gas) ขยะ ฯ หากมีความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ก็อาจนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าได้เช่นกัน
        พลังงานน้ำ
            พื้นผิวโลกถึง 70 เปอร์เซนต์  ปกคลุมด้วยน้ำ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย น้ำเหล่านี้มีการเปลี่ยนสถานะและหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา ระหว่างผิวโลกและบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรียกว่า วัฏจักรของน้ำ น้ำที่กำลังเคลื่อนที่มีพลังงานสะสมอยู่มาก และมนุษย์รู้จักนำพลังงานนี้มาใช้หลายร้อยปีแล้ว เช่น ใช้หมุนกังหันน้ำ ปัจจุบันมีการนำพลังงานน้ำไปหมุนกังหันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าพลังน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า
        พลังงานจากขยะ
            พลังงานจากขยะจากบ้านเรือนและกิจการต่างๆ เป็นแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพสูง ขยะเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นมวลชีวภาพ เช่น กระดาษ เศษอาหาร และไม้ ซึ่งสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้าที่ถูกออกแบบให้ใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิงได้ ที่เมืองบัลโม ประเทศสวีเดน ไฟฟ้าที่ใช้ประมาณ 20 เปอร์เซนต์ มาจากการเผาขยะ โรงไฟฟ้าที่ใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิง จะนำขยะมาเผาบนตะแกรง ความร้อนที่เกิดขึ้นใช้ต้มน้ำในหม้อน้ำจนกลายเป็นไอน้ำเดือด ซึ่งจะไปหมุนกังหันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เหมือนกับโรงไฟฟ้าอื่นๆ)

ประโยชน์ที่ได้รับจากพลังงานทดแทน
        มีหลายๆ ด้าน แต่ที่สำคัญคือ ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษ   การผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมต่างๆอีกทั้งลดการนำเข้าเชื้อเพลิงเชิงพาณิชย์จากต่างประเทศ และยังให้ผลตอบแทนการลงทุนที่น่าสนใจอีกด้วย เทคโนโลยีเกี่ยวกับพลังงานทดแทนนี้ได้รับการพัฒนาไปอย่างมาก รวมถึงการเปลี่ยนรูปพลังงานทดแทนเหล่านี้เป็นพลังงานไฟฟ้า ไม่ได้ถูกจำกัดสิทธิเฉพาะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเท่านั้น แต่ในปัจจุบันประชาชนสามารถทำการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ด้วย ตลอดจนเอกชนรายย่อย ๆ หรือชุมชนก็สามารถทำการผลิตไฟฟ้า แล้วส่งขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้ด้วย เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม และลดการพึ่งพาระบบไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเพียงระบบเดียว  

ขอบคุณ
http://www.environnet.in.th/

< กลับไปหน้าที่แล้ว

  

    มิติทางธรรมชาติ :  ข้อมูลสิ่งแวดล้อม

+ทรัพยากรธรรมชาติ +การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม +มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม + ปัญหาสิ่งแวกล้อมที่มนุษย์กำลังประสบอยู่ + ระบบนิเวศน์ +ความหลากหลายทางชีวภาพ +ภาวะโลกร้อน +ปรากฎการณ์เรือนกระจกกับดักความร้อนที่มนุษย์สร้างไว้ฆ่ามนุษย์ +มลพิษทางอากาศ +ภัยแล้ง +30 วิธีง่าย ๆ ที่ทุกบ้านควรรู้อยู่กับโลกร้อน +การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ +ขยะและของเสียอันตราย +ดินและกระบวนการสร้างตัวของดิน +ป่าไม้และสัตว์ป่า +อากาศและเสียง +น้ำและสัตว์น้ำ +ภูมิปัญญาท้องถิ่น +พลังงานและพลังงานทดแทน

 

 
           
เกล็ดความรู้ : เสริมภูมิปัญญา     

♦ ความเห็นแก่ตัว กับการรักตัวเอง  ♦ ปัจจัย 4 รูปธรรมกับปัจจัย 4 นามธรรม 
ความทุกข์ ความสุข ความสบายต่างกันอย่างไร  ♦ พระราชดำรัสคุณธรรม 4 ประการ  
จิตใต้สำนึก   คุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ 8 ประการ  
มืดมามืดไป สว่างมาสว่างไปหมายความว่าอย่างไร  ♦ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปหมายความว่าอย่างไร  
รู้จด รู้จำ รู้แจ้งหมายความว่าอย่างไร มนุษยืสมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ 
สวดมนต์เป็นยาทา ภาวนาเป็นยากิน ฟังธรรมเป็นยาฉีดจริงหรือ  ประเพณีงานศพที่ถูกต้องเหตุใดจึงต้องเผา  
♦ คุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ   คิดอย่างไรจึงไม่เกิดทุกข์  
ไขปริศนาชีวิตหลังความตาย   บุคคลที่หาได้ยาก ความกตัญญูกตเวที  
ก็ต้องก็ได้ก็ดีหมายความว่าอย่างไร  ความเบื่อของปุถุชนกับความเบื่อของอริยะ 
มนุษย์เป็นโรค 4 อย่าง บ้า ใบ้ บอด หนวก   ผู้ขัดขวางการปฎิบัติธรรมมีโทษอย่างไร 
สี่คนหามสามคนแห่หนึ่งคนนั่งแคร่สองคนพาไปหมายความว่าอย่างไร   สิ่งที่มีมากทำให้น้อยลง สิ่งที่มีอยู่ทำให้หมดไป  
♦ ผู้ที่ไม่แต่งงานจะตกนรกจริงหรือ  คิดดี พูดดี ทำดี  
มีสิ่งใด สิ่งนั้นก็เสื่อม  ระวังจิต ระวังอารมณ์หมายความว่าอย่างไร  
♦ จิตสงบ จิตว่างแตกต่างกันอย่างไร  
 
: ทรัพยากรธรรมชาติ : การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 
: การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  : ขยะและของเสียอันตราย 
: มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม  :ดินและกระบวนการสร้างตัวของดิน
: ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์กำลังปประสบอยู่ 

: ป่าไม้และสัตว์ป่า 

: มลพิษทางอากาศ  : อากาศและเสียง 
: ภัยแล้ง  : น้ำและสัตว์น้ำ 
: 30 วิธีง่าย ๆ ที่ทุกบ้านควรรู้อยู่กับโลกร้อย   : ภูมิปัญญาท้องถิ่น 
: มลภาวะอากาศเซี่ยงไฮ้แย่สุดในรอบ 5 ปี    : พลังงานและพลังงานทดแทน
: ยูเอ็นชี้โลกร้อนส่อวิกฤตเอเซียเสี่ยงน้ำท่วม    : ระบบนิเวศน์ 
: จีนชี้มลพิษทางอากาศเลวร้าย : ความหลากหลายทางชีวภาพ 
: จีนระงับสินเชื่อแก่บริษัทที่ละเมิดสิ่งแวดล้อม    : ภาวะโลกร้อน 
: จีนลดโลกร้อนเห็นผลนักวิเคราะห์คาดถ่านหินซบเซา    :เจอหลุมยุบหลุมยักษ์โผล่กว่า 35 หลุม ยุบในจีน
: จีนสั่งตัดโรงงานกว่า 500 แห่งฐานก่อมลพิษผลาญเชื้อเพลิง    : ธรรมชาติเริ่มวิบัติดินถล่มเม็กซิโกทับบ้าน ปชช.กว่า 300 หลัง  
: จีนอัดสหรัฐไม่แก้ไขปัญหาโลกร้อนเอ็นจีโอหนุนเต็มที่ : เนเธอร์แลนด์พบข้อผิดพลาดในรายการโลกร้อน"ไอพีซีซี"  
: ผลวิจัยพบพื้นโลกส่วนใหญ่อาจประสบภัยแล้งในอีก 30 ปีข้างหน้า :ปิดประชุมโลกร้อนไร้ความคืบหน้า มะกันโยนบาปจีน    
: ปรากฎการณ์เรือนกระจกกับดับมนุษย์สร้างไว้ฆ่ามนุษย์  : ภูเขาไฟมายอนในฟิลิปปินส์ใกล้ระเบิด  
: เอลนิโญปี 54 แล้งวิกฤตแม่น้ำเหือดแห้ง    : เวียดนามล้มเขื่อน 7 แห่งกระทบคน สภาพแวดเล้อม    
: ดาว์นโหลด 80 วิธี แก้ปัญหาโลกร้อน   
: ภาพข่าวสิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยมแห่งปี 2010 สำนักข่าวรอยเตอร์ : ภาพย้อนรอยสึนามิถล่มไทย 2547
: ประมวลข่าว แผ่นดินไหว-สึนามิในญี่ปุ่น2011
แนะนำ
ธุรกิจออนไลน์

 

 

 

Copyright (c) 2010 by panya99.com